ตลาดเอเชียซึมเซา: เศรษฐกิจญี่ปุ่นอ่อนแอ ฉุดการลงทุน
AI Digest
ตลาดหุ้นเอเชียซบเซาจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นอ่อนแอ นักลงทุนจับตาท่าทีเฟด

ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญกับภาวะซบเซาเนื่องจากวันหยุดและการชะลอตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ขณะที่นักลงทุนจับตาท่าทีของเฟด
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังของญี่ปุ่นกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้ ท่ามกลางวันหยุดในหลายประเทศ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคอยู่ในภาวะทรงตัว โดยนักลงทุนต่างจับตาสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้น
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวเพียง 0.1% ต่อปีในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์อย่างมาก การใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
แม้ว่าดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.2% แต่ก็เป็นการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 5% ในสัปดาห์ก่อนหน้า สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ
ตัวเลขและมาตรการที่น่าสนใจ:
* การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น: 0.1% ต่อปี (ไตรมาสล่าสุด) * เป้าหมายการเติบโตเดิม: 1.6% * ความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน: 68% * การลดลงของการซื้อหุ้นคืนของ S&P 500: 7% (เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า)
ในขณะที่ตลาดหุ้นบางแห่งในเอเชียเผชิญกับความท้าทาย ตลาดเทคโนโลยีของเกาหลีใต้และตลาดหุ้นไต้หวันกลับมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้น 8.2% และเกือบ 6% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้ไม่ได้ช่วยชดเชยผลกระทบโดยรวมจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ในภาพรวมของตลาดโลก หุ้นกลุ่ม defensive ได้รับประโยชน์จากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ Walmart ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยมูลค่าตลาดที่สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีมูลค่ามากที่สุด
การลดลงของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 บ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังมองหาความปลอดภัยในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ท่าทีระมัดระวังนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางต่างๆ
แม้ว่า OPEC อาจพิจารณาเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ราคาน้ำมันดิบยังคงทรงตัว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ 67.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ อยู่ที่ 62.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าตลาดยังคงมีความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน
โดยสรุป ตลาดหุ้นเอเชียกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทายเนื่องจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังของญี่ปุ่นและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของเฟด (อ้างอิง: Reuters)