จับตาเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ: ตลาดน้ำมันผันผวนต่ำ แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง
AI Digest
ตลาดน้ำมันจับตาการเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

ราคาน้ำมันทรงตัวก่อนการเจรจาครั้งสำคัญระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้ความตึงเครียดจะยังสูงอยู่
การเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดน้ำมันโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโดยรวม คำถามสำคัญคือ การเจรจาครั้งนี้จะสามารถคลี่คลายความขัดแย้ง และนำไปสู่ข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่ายได้หรือไม่
ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงเล็กน้อย 3 เซนต์ อยู่ที่ 67.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ U.S. West Texas Intermediate crude ก็ปรับตัวลง 3 เซนต์เช่นกัน มาอยู่ที่ 62.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Brent ลดลง 0.5% และ WTI ลดลง 1% แสดงให้เห็นถึงความผันผวนที่ค่อนข้างต่ำในตลาด
ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การที่สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำไปยังภูมิภาค บ่งบอกถึงความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการทางทหาร หากการเจรจาล้มเหลว ในขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านก็ออกมาเตือนว่า หากมีการโจมตีอิหร่าน พวกเขาอาจตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ
ประเด็นสำคัญในการเจรจาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:
* พลังงาน * เหมืองแร่ * การซื้อเครื่องบิน
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงในการเจรจาครั้งนี้ยังมีไม่มากนัก แม้ว่าอิหร่านจะต้องการข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของตนเองฟื้นตัว แต่เงื่อนไขและท่าทีของแต่ละฝ่ายยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ OPEC+ มีแนวโน้มที่จะกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อตอบสนองความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของ OPEC+
หากสถานการณ์ความตึงเครียดยังคงอยู่ต่อไป ราคาน้ำมันดิบ WTI อาจรักษาระดับเหนือ 60 ดอลลาร์ได้ แต่หากไม่มีปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เข้ามากระทบ ราคาอาจปรับตัวลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้
ตลาดการเงินโลกโดยรวมคาดว่าจะค่อนข้างเงียบในวันนี้ เนื่องจากตลาดในจีน เกาหลีใต้ และไต้หวันปิดทำการเนื่องในวันหยุด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางของตลาดน้ำมันโลกในระยะกลาง (อ้างอิง: Reuters)